ajton
LANGUAGE SCHOOL

where you can master your English

เคล็ดลับ 9 Ms ในการประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษ

1. Motivation หาแรงบันดาลใจให้เจอ

2. Movies ดูหนังภาษาอังกฤษ โดยเปิด subtitles ข้อย้ำว่า ต้องเปิด subtitles

3. Music ฟังเพลงภาษาอังกฤษโดยดู lyrics ไปด้วย

4. Media ค้นหาความรู้จาก Internet เช่น Youtube ฝึกแชทเป็นภาษาอังกฤษ

5. Man พยายามพูดภาษาอังกฤษกับ เพื่อน ครู หรือ ชาวต่างชาติ

6. Magazines อ่านหนังสือ/นิตยสารในเรื่องที่ตนเองสนใจเป็นภาษาอังกฤษ

7. Mistakes อย่ากลัวที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดทั้งของตนเองและผู้อื่น

8. Mirror เริ่มฝึกภาษาอังกฤษกับคนที่อยู่ในกระจก ซึ่งก็คือ ตัวเราเอง

9. Money จำไว้เสมอว่า ถ้าคุณเก่งภาษาอังกฤษ รวยเละแน่ครับ

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

6 วิธีการออกเสียงเวลาพูดภาษาอังกฤษ ให้ "ถูกต้องและสวยงาม"

1. คำที่ลงท้ายด้วย -tion อย่าออกเสียงว่า ชั่น ให้ออกเสียงว่า เฉิ่น

เช่น nation อย่าออกเสียงว่า เน-ชั่น ให้ออกเสียงว่า เน้-เฉิ่น

2. คำที่ลงท้ายด้วย -ing อย่าออกเสียงว่า อิ้ง ให้ออกเสียงว่า อิ่ง

เช่น going อย่าออกเสียงว่า โก-อิ้ง ให้ออกเสียงว่า โก๊-อิ่ง

3. คำที่ลงท้ายด้วย -er/-or อย่าออกเสียงว่า เอ้อ ให้ออกเสียงว่า เอ่อ

เช่น teacher และ color อย่าออกเสียงว่า ที้ช-เช่อร์ คัล-เล่อร์ ให้ออกเสียงว่า ที้ช-เฉ่อร. คั้ล-เหล่อร

4. คำที่ลงท้ายด้วย -ment อย่าออกเสียงว่า เม้นท ให้ออกเสียงว่า เหม่นท

เช่น comment อย่าออกเสียงว่า คอม-เม้นท ให้ออกเสียงว่า ค้อม-เหม่นท.

5. คำที่ลงท้ายด้วย -ty -ly -ry อย่าออกเสียงว่า ตี้ ลี่ รี่ ให้ออกเสียงว่า ถี่ หลี่ หรี่

เช่น city lovely very อย่าออกเสียงว่า ซิ-ตี้ เลิ้ฟ-ลี่ เว-รี่ ให้ออกเสียงว่า ซิ-ถี่ เลิ้ฟ-หลี่ เฟ้-หรี่

6. คำว่า is/was ถ้าอยู่ในประโยค อย่าออกเสียงว่า อี้ส กับ ว้อส ให้ออกเสียงว่า อิ่ส และ เวิ่อส

ลองฝึกอ่านสองประโยคนี้ดูช้าๆนะครับ แล้วลองสังเกตว่าการออกเสียงของเราดีขึ้นบ้างมั๊ย ?

- Peter is a very good teacher teaching at a university in the city center.

- Sally was a lovely manager working in an apartment near the train station.

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

คำว่า Congratulations

แปลว่า ขอแสดงความยินดีด้วย ต้องเขียนโดยมีตัว S แบบนี้เท่านั้นนะครับ                

อย่าเผลอเขียนโดยไม่มีตัว S กันล่ะ

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

Unlike Vs. Dislike

Unlike = เลิกชอบ คือ ไปกดไลค์ ถูกใจเค้าแล้ว เปลี่ยนใจไม่ชอบแล้ว
Dislike = ไม่ชอบ เกลียด

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

on time Vs. in time

●on time = ตรงเวลา
●in time = ทันเวลา

ตัวอย่างเช่น

•ajton is almost always on time for class; he is hardly ever late.
(อาจารย์ต้นมักจะมาสอนตรงเวลาเสมอ เขาแทบจะไม่เคยมาสายเลย)
•The deadline for the report submission was at noon; he arrived at 11.59, just in time for submitting his report.
(กำหนดส่งรายงานตอนเที่ยง เขามาถึงตอน 11.59 ทันเวลาพอดีเลย)

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

คำย่อต่างๆ

1.             Dunno = Don’t know = ไม่รู้

I dunno  what to do. = ชั้นไม่รู้จะทำยังไงดี

2.             Gimme = Give me = ให้ชั้น

Gimme a reason. = บอกเหตุผลชั้นหน่อยสิ

3.             Gonna = going to = จะ

I’m gonna go now. = ชั้นจะกลับบ้านละ

4.             Gotta = have/has got to = จะต้อง

I gotta go now. = ชั้นต้องไปแล้วล่ะ

5.             Hafta = have to = จะต้อง

I hafta do it. = ชั้นจำเป็นต้องทำ

6.             I’mma = I’m going to = ชั้นจะ

I’mma talk to her. ชั้นจะไปคุยกับเธอ

7.             Kinda = kind of = ประมาณว่า, เล็กน้อย, ไม่แน่ใจ

He’s kinda cool. เค้าค่อนข้างเจ๋งอ่ะ

8.             Lemme = Let me = ให้ชั้น . . .

Lemme help you = มาให้ชั้นช่วย

9.             Outta = Out of = ออกจาก

Let’s get outta here = ไปจากที่นี่กันเถอะ

10.       Wanna = Want to = ต้องการจะ

I wanna tell you something. = ชั้นจะบอกอะไรให้อย่างนะ

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

การพูดคำว่า "ไม่เป็นไร"

-->ในกรณี มีคนมาขอบคุณเรา

•You are welcome./It was my pleasure./My Pleasure. = ไม่เป็นไร ด้วยความยินดี

•No problem. = ไม่เป็นไร ไม่มีปัญหา

•No big deal./It’s not a big deal. = ไม่เป็นไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

-->ในกรณี มีคนมาขอโทษเรา

•Don't worry about it./No worries/It's Okay./It's alright. = ไม่เป็นไร อย่าคิดมาก

•Never mind = ไม่เป็นไร ช่างมันเหอะ

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

"อย่าเข้าใจฉันผิดนะ"

Don't get me wrong.
"อย่าเข้าใจฉันผิดนะ"

ตัวอย่างเช่น

• Don't get me wrong. I like Japanese food, but it can be tasteless sometimes.
อย่าเข้าใจฉันผิดนะ ชั้นชอบอาหารญี่ปุ่น เพียงแต่ว่าบางครั้งมันอาจจะจืดชืดไปบ้าง

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

"แล้วแต่คุณ, ตามใจคุณ"

---● It’s up to you.
เช่น
•You can buy either a BMW or a Mercedes. It’s up to you.
(คุณสามารถซื้อรถบีเอ็มหรือรถเบนซ์ก็ได้ มันขึ้นอยู่กับคุณ)

---● Whatever you say.
เช่น
•A: I don't think we should go dancing tonight.
(ฉันไม่คิดว่าเราควรออกไปเต้นกันคืนนี้นะ)
B: All right, Whatever you say.
(ก็ได้ แล้วแต่เธอเลย)

---● Whatever suits you.
เช่น
•A: What do you feel like doing tomorrow?
(คุณรู้สึกอยากทำอะไรล่ะ พรุ่งนี้)
B: Whatever suits you.
(อะไรก็ได้)

ภาษาอังกฤษจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ถ้าเราตั้งใจ สู้ๆนะครับ . . .ajDaeng

"เห็นไหมล่ะ บอกแล้วไม่เชื่อ"

ภาษาอังกฤษใช้ประโยคสั้นๆง่ายๆว่า
You see? I told you.

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

They ไม่จำเป็นต้องแปลว่า พวกเขาทั้งหลาย เสมอนะครับ

เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น ทุกครั้งที่เราเห็นประธานอื่น

เช่น

- The chairs

- Those banks

- The rocks

- Greenhouse gases

- The flowers on the plum tree in the garden

เราจะไม่กล้าแทนประธานเหล่านี้ด้วยคำว่า “They”

แต่มีแนวโน้มที่จะเผลอคิดว่าประธานเหล่านั้นเป็น “It” หรือที่แย่ไปกว่านั้นคือ “Its”

เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ อย่า !!! คิดว่า They ต้องแปลว่า พวกเขาทั้งหลาย เพียงอย่างเดียว

แล้วเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเห็นคำนามที่มากกว่าหนึ่งไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรือต้นไม้ ก็ตาม ให้แทนด้วย They

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

ห้ามเขียน คำเหล่านี้ ด้วย “T” สองตัว

อาจารย์ต้นเห็น คนไทย นักเรียน นิสิต นักศึกษา เขียนคำ 3 คำนี้ด้วย T สองตัวกันบ่อยมาก

Writing Eating Waiting

คำเหล่านี้ที่ถูกต้องมี T เพียงตัวเดียวเท่านั้น

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . .ajton

การใช้คำว่า Affect VS Effect

Affect (vt.) = ส่งผลกระทบต่อ ใช้กับโครงสร้างต่อไปนี้

Subject + affect(s) + Object

Effect (n.) = ผลกระทบ ใช้กับโครงสร้างต่อไปนี้

Subject + have/has an effect on + Object

The weather affects our mood. (ถูก)

The weather has an effect on our mood. (ถูก)

แต่คนไทยส่วนใหญ่มักจะเผลอใช้ The weather effect to our mood. (ผิด)

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

Computer

ออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและสวยงามว่า “เขิ่ม-พิ้ว-เถ่อะรฺ”

ไม่ใช่ คอม-พิ้ว-เต้อ

เหมือนกับที่พวกเราชอบออกเสียงกันนะครับ

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton

เวลาพวกเราคิดถึงคำว่า “อาย” เรามักจะคิดถึงคำว่า “shy” กันก่อนเลย จริงมั๊ยครับ

ถ้าอย่างนั้น เราลองมาดูความแตกต่างของคำ 3 คำนี้กันShy/Embarrassed/Embarrassing ทั้ง 3 คำนี้ เป็นคำ adjective

§  Shy แปลว่า ขี้อาย ไม่ค่อยกล้าพูดคุยกับคนอื่น

§  Embarrassed  แปลว่า รู้สึกอาย ขายหน้าเพราะทำอะไรพลาดไป เช่น เดินสะดุดขาตัวเองล้ม

§  Embarrassing แปลว่า การกระทำหรือสิ่งที่น่าอาย หรือสิ่งที่ทำให้เราอาย

ดูตัวอย่างต่อไปนี้นะครับ

§  She is very shy and hardly ever talks to people.

 

§  She felt so embarrassed because she slipped and fell in front of many people.

 

§  Asking for money from someone is so embarrassing.

ต่อไปนี้ คงไม่สับสนกันอีกแล้วนะครับ

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนครับ . . . ajton

พวกเราชาวไทยเลิกเปิด (Open) ไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดกันเถอะ

เช่น พัดลม ทีวี แอร์ เพลง ดนตรี และก๊อกน้ำ ฯลฯ                                                     

เพราะคำเหล่านี้ ใช้กับ เปิด (Open) ไม่ได้

แล้วเราใช้กับคำว่าอะไร ลองมาดูกันดีกว่าครับ

เราใช้คำว่า Turn on เพื่อเปิดไฟและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด และก๊อกน้ำ

เช่น

§  Turn on the light.

§  Turn on the air conditioner.

§  Turn on the TV.

§  Turn on the tap.

◊ ส่วนถ้าจะเปิดเพลง เปิดดนตรีฟัง ให้ใช้ Play

เช่น

§  Play the song.

§  Play the music.

◊ ส่วน Open ใช้กับการเปิดประตู หน้าต่าง และม่าน นะครับ เช่น

§  Open the door.

§  Open the window.

§  Open the curtain.

ขอให้เก่งภาษาอังกฤษกันทุกคนนะครับ . . . ajton